บทความ

นิทานธรรมะเรื่อง สิ่งที่น่ากลัว โดยพระมหาวีระพันธ์ ชุติปัญโญ

นิทานธรรมะเรื่อง สิ่งที่น่ากลัว โดยพระมหาวีระพันธ์ ชุติปัญโญ

โปรดระวังมิตรภาพที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางผลประโยชน์ที่เข้ามาแทรกแซง เพราะหากแยกแยะไม่ดีพอปัญหาที่ก่อให้เกิดความลวงก็จะมาหน่วงความรักให้กลายเป็นความร้าย

ชายหนุ่มสองคนเป็นเพื่อนรักกัน ไม่ว่าจะไปในที่แห่งใด ทั้งสองมักจะไปด้วยกันเสมอ อยู่มาวันหนึ่งทั้งคู่ได้ตกลงใจว่าจะออกเดินทางไกลเพื่อท่องเที่ยวโลกกว้างด้วยกัน

โดยขณะที่เดินผ่านหมู่บ้านที่แวดล้อมไปด้วยป่าเขาสองสหายก็ได้เจอนักบวชท่านหนึ่งที่กำลังเดินออกมาจากป่าด้วยอาการรีบร้อน เหมือนกำลังกลัวต่อสิ่งที่ได้พบเห็น หนึ่งในนั้นจึงถามขึ้นว่า

'ท่านเจออะไรมา ทำไมถึงดูมีอาการตกใจและรีบร้อนที่จะหลีกหนีไปให้ไกลเสียเหลือเกิน?'

'ข้าบังเอิญได้เจอสมบัติที่มีคนฝันไว้ใต้ดิน และที่หล่นอยู่บริเวณนั้น เป็นทองคำที่มีมูลค่ามหาศาล แต่ข้าไม่ต้องการมัน เพราะข้ามองว่ามันคือสิ่งที่น่ากลัว เป็นสิ่งที่ควรหลีกห่าง'

'ทำไมท่านไม่ถือเอาสมบัติเหล่านั้นมาครอบครองเสียล่ะ?'

'มันคือสิ่งที่มีพิษ ข้าไม่ต้องการที่จะจับต้องมันแม้ปลายเล็บ'

แล้วนักบวชก็รีบเดินจากไป ปล่อยให้ชายหนุ่มทั้งสองมองหน้ากันและคิดว่า วันนี้พวกเขาช่างโชคดีเหลือเกินที่จะได้ครอบครองสมบัติอันล้ำค่าร่วมกัน

สองสหายได้ตกลงกันว่า หากใครพบสมบัติไม่ว่าก่อนหรือหลัง ก็จะนำมาแบ่งให้เท่า ๆ กัน เมื่อเจรจากันลงตัว ทั้งคู่จึงรีบเดินทางไปยังที่ที่ได้รับการบอกกล่าวจากนักบวชทันที

ครั้นมาถึงที่เกิดเหตุ ต่างก็ช่วยกันค้นหาสมบัติ สักพักก็พบกับสิ่งที่ได้รับการบอกเล่าจากนักบวชจริง ๆ เกลอทั้งสองดีใจจนแทบควบคุมสติไม่อยู่ ต่างคนต่างวาดฝันที่จะเห็นตัวเองเป็นมหาเศรษฐีให้วันข้างหน้า 

เมื่อเห็นว่าสมบัตินั้นมีอยู่จริง ความคิดแวบแรกของชายหนุ่มคนหนึ่งก็ผุดขึ้นมาว่า

“หากขนสมบัติกลับบ้านในเวลากลางวัน ย่อมทำให้มีคนเห็นแน่นอน ซึ่งจะทำให้พวกเขามาแย่งชิงได้ ด้วยเหตุนี้เราควรขนย้ายสมบัติตอนกลางคืนดีกว่า เพราะจะได้ไม่มีใครเห็น”

เมื่อคิดเช่นนั้นแล้ว เขาจึงได้กล่าวกับเพื่อนที่กำลังนั่งเชยชมสมบัติอยู่

“ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะเคลื่อนย้ายสมบัติ ท่านควรจะไปหาอาหารมารับประทานดีกว่า ส่วนข้าจะขออาสาเฝ้าสมบัติแทน”

ฝ่ายชายหนุ่มที่ถูกเสนอให้ไปหาเสบียง แทนที่จะรู้สึกน้อยใจที่ตนต้องออกไปหาอาหาร กลับตอบตกลงด้วยความเต็มใจ เพราะในใจของเขาก็คิดไว้แล้วว่า

“หลังได้อาหารมาและรับประทานอิ่มแล้ว เขาจะผสมยาพิษลงไปในอาหารที่เหลือ เพื่อให้เพื่อนที่เฝ้าสมบัติรับประทานด้วยวิธีนี้ย่อมทำให้ตนได้ครอบครองสมบัติแต่เพียงผู้เดียว เพราะเพื่อนคงเสียชีวิตเพราะยาพิษที่ผสมอยู่ในอาหารนั้น”

ว่าแล้วเขาก็เดินเข้าไปในหมู่บ้าน เพื่อที่จะหาอาหารมาเป็นเสบียง พร้อมกับความรู้สึกเพ้อในใจ หากว่าแผนที่คิดไว้นั้นเกิดสัมฤทธิ์ผล

หลังจากเพื่อนได้จากไปเพื่อหาเสบียง ชายหนุ่มที่เฝ้าสมบัติก็คิดขึ้นมาว่า

“หากต้องแบ่งสมบัติให้เพื่อน ย่อมไม่เป็นการตีแน่นอนเราควรได้ยึดครองสมบัติที่มีอยู่แต่เพียงผู้เดียว หากเพื่อนกลับมา เราจะต้องฆ่าเขาให้ตายเพื่อที่สมบัติจะได้ตกเป็นของเราทั้งหมด”

เมื่อคิดได้เช่นนั้น เขาจึงหาท่อนไม้ที่เหมาะมือมาไว้ในที่ใกล้ตัวอย่างพร้อมจะปฏิบัติการได้ทุกเมื่อ

ส่วนชายหนุ่มที่รับหน้าที่ไปหาอาหาร ก็ได้ทำตามแผนที่วางไว้ คือ รับประทานอาหารให้เต็มอิ่ม พร้อมกับนำอาหารอีกส่วนที่เจือด้วยยาพิษไปให้เพื่อนที่รออยู่ เขาคิดในใจว่าเพื่อนที่จะต้องพบกับจุดจบตามที่ตนวางแผนไว้แน่นอน

ฝ่ายชายหนุ่มมีเฝ้าสมบัติ เมื่อเห็นเพื่อนที่ไปหาเสบียงมาถึงก็ออกมาจากป่าที่แอบซุ่มอยู่ทันที แล้วลงมือทุบตีเพื่อนของตนด้วยหวังจะให้ตาย ท้ายที่สุดเพื่อนที่ตนเคยบอกว่ารักนักหนา ก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา 

เมื่อชายผู้ถูกความโลภครอบงำเห็นว่าแผนการสัมฤทธิ์ผลเขาก็นั่งวาดวิมานในอากาศถึงความร่ำรวยที่ตนจะได้ครอบครองครั้นเห็นว่าทุกอย่างไรปัญหา เขาจึงเดินไปหยิบห่ออาหารที่เพื่อนนำมา พร้อมกับนั่งรับประทานด้วยความสำราญใจ

แต่อนิจจา กรรมช่างตามมาสนองทันตาเห็น เพราะหลังจากรับประทานอาหารไม่กี่คำ ชายผู้ฆ่าเพื่อนได้ลงคอก็ล้มชักลงไปนอนดิ้นอยู่กับพื้น ในขณะที่นอนรอความตายอยู่นั้น ชายหนุ่มได้คิดถึงคำพูดของนักบวชว่า

“นี่คือสิ่งที่น่ากลัว”

ชายหนุ่มได้เข้าใจแล้วว่า ทำไมนักบวชถึงกล่าวเช่นนั้น แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ เพราะทุกอย่างมันสายเกินจะแก้ไข เขาได้สิ้นใจตายพร้อมกับความรู้สึกผิดที่ตนได้กระทำต่อเพื่อน เพราะอาศัยความโลภมาคอยบงการ
ข้อคิด

เมื่อใดที่ใครคนหนึ่งได้สัญญาว่าจะเป็นมิตรที่ดีต่อกัน เราไม่ควรให้ความเป็นคนดีถูกผูกไว้ แล้วมีผลประโยชน์เข้ามากั้นตรงกลาง เพราะมิตรภาพที่งดงามไม่อาจเกิดขึ้นได้ท่ามกลางความโลภที่จ้องเล่นงาน 

มิตรภาพที่งดงามมิอาจแข็งแรงได้ ท่ามกลางความรู้สึกที่ไม่แน่ใจว่า ใครคนหนึ่งจะเอาเปรียบอีกฝ่ายหรือไม่ แต่มิตรภาพจะเติบโตได้เมื่อต่างฝ่ายไม่ได้มองว่า แต่ละคนคือ เหยื่ออันโอชะของตน 

หากเราสามารถก้าวข้ามความรู้สึกที่จะเอาเปรียบคนที่เรารู้จัก และคนที่เราเชื่อมั่นที่จะรักได้ด้วยที่บริสุทธิ์ ตัวเราเองจะได้รับความไว้วางใจที่ไร้เงื่อนไข ทำให้คนที่เราเรียกเขาว่าเป็นมิตรผู้พร้อมยอมพลีความสบายส่วนตัว จะเข้ามาแบกรับภาระช่วยเราด้วยความเต็มใจ โดยมิมีเกี่ยงงอน 

เป็นมิตรภาพที่เติบโตขึ้นท่ามกลางการเรียนรู้ที่จะเห็นใจกันและกัน เป็นความงามที่เกิดจากน้ำใจที่ต่างฝ่ายต่างช่วยกันรดลงไปในใจ เพื่อให้อีกใจได้รับรู้และสัมผัสถึงความรู้สึกดี ๆ ที่แต่ละคนต่างมอบให้ด้วยความเต็มใจ

โปรดระวังมิตรภาพที่จะก่อตัวขึ้นท่ามกลางผลประโยชน์ที่เข้ามาแทรกแซง เพราะหากแยกแยะไม่ดีพอ ปัญหาที่ก่อให้เกิดความลวงก็จะมาหน่วงความรักให้กลายเป็นความร้ายและทำลายทุกสิ่งในชีวิตของเราให้พังครืนลง

ที่มา :: นิทานธรรมะ ตอน ความสุขอยู่ตรงนี้ เรื่อง สิ่งที่น่ากลัว หน้า ๓๑ - ๓๘ :: โดย พระมหาวีระพันธ์ ชุติปัญโญ 
dhammajak.net
พระครูสุวัฒน์ชัยกิจ
พระครูสุวัฒน์ชัยกิจ
เจ้าอาวาสวัดสว่างวารี
เจ้าคณะอำเภอบึงโขงหลง
พระครูปัญญาสารโกศล
พระครูปัญญาสารโกศล
เจ้าอาวาสวัดสิงหารินทราราม
 รองเจ้าคณะอำเภอบึงโขงหลง
พระครูสุตวรธรรมพินิจ
พระครูสุตวรธรรมพินิจ
เจ้าอาวาสวัดศิริมงคลวนาราม
รองเจ้าคณะอำเภอบึงโขงหลง
เฟสบุ๊ค
โพล
  • คุณรู้จักwww.bk-bhuddist.com จากที่ใหน
    google.com
    facebook
    line
    e-mail